ปาริชาติ จิตต์อาษา
Sale
081-3766687
[email protected]
ความรู้เรื่องสาย Fiber Optic
สาย Fiber Optic คือเส้นใยแก้วนำแสง กล่าวคือ สายนำสัญญาณที่ใช้แสงเป็นตัวกลางในการ สื่อสารข้อมูลจากจุดหนี่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยทำจากแก้วที่มีความบริสุทธิ์มาก เส้นใยแก้วนำแสงที่ดี ต้องสามารถนำสัญญาณแสงจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งโดยมีการสูญเสียของสัญญาณแสงน้อยที่สุด
Last Update : 06/08/2013 14:41:40
การเข้าหัว LAN
สาย CAT5 (สายแลน) ตามความยาวที่ต้องการ แต่ไม่ควรเกิน 100 m.
Last Update : 06/08/2013 14:24:37
การทำงานของเลนส์แบบอินฟราเรดในกล้องวงจรปิด
โดยทั่วไปเลนส์สำหรับรับภาพจะมีขนาด 4:3 และขนาดของ CCD จะมีผลต่อภาพ ถ้า CCD มีขนาดเล็กจะทำให้มุมที่ใช้รับภาพแคบลง ดังนั้นเราจึงต้องเลือกเลนส์ให้เหมาะสมกับ CCD เพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด ในส่วนของเลนส์ก็มีความสำคัญไม่น้อยถ้าเราต้องการให้ภาพมีความคมชัดมากที่สุด ก็ต้องเลือกใช้เลนส์ที่สามารถจับภาพและทำมุมภาพตกกระทบที่ CCD ได้อย่างแม่นยำที่สุด
Last Update : 05/08/2013 16:05:17
การเข้าหัว BNC แบบ Crimping
การเข้าหัว BNC แบบ Crimping
Last Update : 05/08/2013 15:55:04
ความรู้เรื่องกล้องวงจรปิด
Lux (illumination) คือ การที่กล้องสามารถจับภาพได้ในสภาพแวดล้อมที่แสงน้อยที่สุด ซึ่งเราเรียกว่า minimum illumination ค่า Lux ที่แสดงในรายละเอียดของกล้องวงจรปิด จึงหมายถึงค่าของแสงที่กล้องตัวนั้นๆ สามารถจับภาพได้ เช่น 0.8 Lux (Colour) หมายถึง กล้องตัวนี้สามารถจับภาพที่เป็นภาพสีได้ ที่แสง 0.8 Lux หรือ มากกว่า หากแสงน้อยกว่า 0.8 Lux จะเป็นภาพขาวดำ และจะจับภาพไม่ได้ที่มืดสนิท คือ 0 Lux (แต่ จะไม่บอกไว้ เนื่องเป็นค่าคงที่ของกล้องทุกตัวอยู่แล้ว) นอกเสียจากว่ากล้องนั้นเป็นกล้องที่มีอินฟาเรด ดังนั้นการเลือกล้องวงจรปิด นอกจากจะเลือกกล้องที่มี TV Line สูงๆ แล้วมักจะนิยมมองหากล้องที่มีค่า Lux ตํ่า ๆ ด้วย การเทียบเคียงค่า Lux 1 Lux ประมาณแสงจากการจุดเทียน 1 เล่ม 0.1 Lux ประมาณแสงจากพระจันทร์เต็มดวง หรือที่ ๆ มีแสงไฟสลัว ๆ หรือค่อนข้างมืด 0 Lux หมายถึงที่มืดสนิท การจะมองเห็นได้ กล้องจะต้องทำงานร่วมกับแสงอินฟราเรดหรือ IR เป็น ตัวส่องสว่าง ซึ่งก็ต้องใช้เป็นกล้องอินฟราเรด และยิ่งมีหลอดอินฟราเรดมาก ก็จะยิ่งทำให้ส่องแสงไกลขึ้น แต่ภาพที่ได้จะเป็นภาพขาว-ดำ กล้องที่มีค่า Lux ยิ่งต่ำ ยิ่งดี เช่น กล้องที่มีค่า 0.1 Lux , 0.05 Lux จะให้ภาพในที่ ๆ มีแสงไฟสลัว ๆ หรือ ในที่ค่อนข้างมืดได้ ส่วนกล้องวงจรปิดแบบอินฟาเรด สามารถมองเห็นภาพในที่มืดสนิทได้ (0 Lux) โดยใช้แสงจากหลอดอินฟราเรด (IR) เป็นตัวส่องสว่าง ซึ่ง IR จะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อแสงไม่พอ แต่ภาพจะออกมาเป็นภาพขาว-ดำ
Last Update : 05/08/2013 15:21:12
VCLink Mobile App Introduction Video
Last Update : 09:52:36 06/08/2013
WebTool Introduction Video
Last Update : 09:51:38 06/08/2013
ScreenShare Software Introduction Video
Last Update : 09:48:35 06/08/2013
AVer\'s iViewer for iPhone and iPad
Last Update : 11:13:16 05/08/2013
AVer CM3000 Gold Introduction Video
Last Update : 11:11:43 05/08/2013

การทำงานของเลนส์แบบอินฟราเรดในกล้องวงจรปิด

Last Update : 16:05:17 05/08/2013
Page View (2186)

การทำงานของเลนส์แบบอินฟราเรดในกล้องวงจรปิด

โดย CctvBangkok.com |

เลนส์อินฟราเรดสำหรับกล้องวงจรปิด

ในการทำงานของกล้องวงจรปิดนั้นถ้าขาดเลนส์ไป ก็เหมือนกับคนตาบอดเพราะเลนส์เปรียบได้กับดวงตาของเรา ทำหน้าที่รวมแสง กรองแสง ปรับความคมชัดของภาพ ดังนั้นถ้าหากเราต้องการภาพที่คมชัดก็ควรเลือกใช้เลนส์ที่ีคุณภาพดี และเหมาะสมกับการใช้งานนะครับ

เมื่อเราพูดถึงเลนส์หลายๆ คนก็คงจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพราะอุปกรณ์ที่ใช้เลนส์มีใช้งานมากมายในชีวิตประจำวัน เช่น กล้องในโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป โน๊ตบุ๊ค หรือแม้แต่แว่นที่เราใส่ๆ กันอยู่ ซึ่งตัวเลนส์ส่วนใหญ่จะทำจากแก้วหรือพลาสติกก็ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะหรือราคาของอุปกรณ์ตัวนั้นๆ ดังนั้นเราจะมาดูกันว่าเลนส์แบบอินฟราเรด (IR) ต่างกันเลนส์แบบทั่วๆ ไปยังไง

 

เลนส์แบบอินฟราเรด (IR) และเลนส์แบบธรรมดาแบบที่ใช้กันทั่วไป

โดยทั่วไปเลนส์สำหรับรับภาพจะมีขนาด 4:3 และขนาดของ CCD จะมีผลต่อภาพ ถ้า CCD มีขนาดเล็กจะทำให้มุมที่ใช้รับภาพแคบลง ดังนั้นเราจึงต้องเลือกเลนส์ให้เหมาะสมกับ CCD เพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด ในส่วนของเลนส์ก็มีความสำคัญไม่น้อยถ้าเราต้องการให้ภาพมีความคมชัดมากที่สุด ก็ต้องเลือกใช้เลนส์ที่สามารถจับภาพและทำมุมภาพตกกระทบที่ CCD ได้อย่างแม่นยำที่สุด

การจับภาพของเลนส์

ในการออกแบบเลนส์ที่เป็นแบบ Focal จะมีการออกให้ให้ตัวเลนส์มีจุดสำคัญ (Princal) 2 จุดด้วยกัน ซึ่งเราเรียกมันว่า Primary และ Secondry Point โดยที่ระยะทางระหว่างSecondry ไปจนถึง CCD นั่นคือระยะโฟกัสของเลนส์แบบ Focal นั่นเอง

การกระทบของแสง

กล้องวงจรปิดแบบ Day/Night จะเป็นแบบเกือบมืดหรืออินฟราเรดเพืื่อใช้งานในตอนกลางคืน ซึ่งถ้าเราใช้เลนส์แบบธรรมดากับตัวกล้องที่เป็น Day/Night ภาพที่ได้ก็จะไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนเลนส์แบบ IR นั้นได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Broad Band Co-Focusing ลงบนวัสดุทีเป็นกระจกเลนส์ชนิดพิเศษที่มีการกระจายแสงน้อย จึงทำให้เลนส์สามารถส่งภาพที่มีรายละเอียดดี และแสงที่เรามองเห็นกับแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าไปยังจุดเดียวกันได้

การรวมแสงของเลนส์อินฟราเรด

จากรูปเราจะเห็นถึงความแตกต่างของเลนส์แบบธรรมดาและเลนส์แบบ IR ซึ่งความสามารถในการรวมแสงนั้นแตกต่างกัน จะเห็นว่าเมื่อเราปรับระยะโฟกัสของภาพแล้วในตอนกลางวันเลนส์จะทำการรวมแสงได้ตรงจุดพอดี แต่เมื่อกล้องทำงานในตอนกลางคืนหรือแสงน้อยนั้นแสง IR หรือแสงที่เรามองไม่เห็นจะต้องการโฟกัสอีกจุดหนึ่ง ซึ่งทำให้ภาพที่เราปรับไว้ในการกลางวันเกิดการเบลอหรือมัวในตอนกลางคืน ในทางกลับกันหากเราเลืองใช้เลนส์แบบ IR ตัวเลนส์จะทำการรวมแสงทั้งหมดไปยังจุดเดียว ภาพที่ได้จึงคมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน

แต่จะมีกล้องบางยี่ห้อ เช่น Panasonic จะมี IR Cut Fillter เพื่อทำหน้าที่เปิดและปิดการกรองแสงให้กับ CCD ได้ ข้อดีก็คือ ในเวลากลางวัน สภาวะของแสงค่อนข้างมาก IR cut filter ก็จะทำหน้าที่กรองแสงให้น้อยลงเพื่อให้ได้ภาพที่ไม่สว่างจ้า สีสันสมจริง และในโหมดกลางคืนตัว CCD ต้องการปริมาณแสงที่มากกว่าปกติเพื่อใช้ในการประมวลภาพ IR cut filter ก็จะเปิดเคลื่อนที่ออกจากหน้า CCD เพื่อเปิดให้แสงได้ผ่านมาที่ CCD ได้ ส่งผลให้แม้ในสภาวะแสงน้อยตัวกล้องก็ยังสามารถจับภาพได้ตามปกติ



 
© 2000-2008 CopyRight by ANTHEM SECURITY SYSTEM CO.,LTD.
Tel. 02-8718700  Fax. 02-8716100  Website. http://www.anthemcctv.com
disclaimer | privacy | contact us 

  Sale Login Warehouse Login Driver Login